2006/Oct/13

Thu: Oct 04, 2006 ตัดต่อ 4 ชั่วโมงให้เหลือ 3 นาที

Work Station ตัดต่อของกลุ่มผมอยู่ตรงบันไดพอดี ตอนแรกรู้สึกว่าคงวุ่นวายเวลาคนขึ้นลง แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร สมาธิก็จดจ่ออยู่กับการตัดหนังตัวเอง ไม่ได้ไปสนใจว่าใครจะเดินขึ้น เดินลง จะหยุดมอง หรือจะทำอะไรทั้งสั้น

สิ่งที่ลำบากที่สุดในการทำ post ของหนังเรื่องนี้ก็คือ การ capture ทุกอย่างลงคอมพ์นี่แหละ เพราะฟุตเทจที่ผมกับ nika ถ่ายรวมกันมา ก็ประมาณ 4 ม้วน สำหรับหนังสั้น 3 นาที เรียกกว่าเป็นอะไรที่ขี่ช้างจับตั๊กแตน พวกเรายังคิดกันเลยว่า เอาฟุตเทจพวกนี้ไปทำหนังได้อีก 10 เรื่อง ผมเริ่มเอาเทปลงตั้งแต่เมื่อวานคืน กว่าจะเอาลงหมด ก็ล่อมาถึงวันนี้ตอนประมาณบ่ายสาม เพราะฉะนั้นกว่าจะเริ่มตัดก็บ่ายสามกว่าๆ มีเวลาถึงพรุ่งนี้ตอนเที่ยง แต่คิดว่าอยากให้เสร็จภายในคืนนี้ ซึ่งหมายถึงรุ่งเช้าของวันพรุ่งนี้นั่นเอง

ตอนตัดก็สนุกดี ปัญหาไม่ค่อยมีอะไรนอกจากในเชิงเทคนิก ซึ่งไม่คุ้นเคยกับเครื่อง mac และโปรแกรม final cut pro เอาเสียเลย (ปกติใช้แต่ premiere) แต่โชคดีที่กลุ่มอื่นเขาเซียนๆกัน ก็เลยได้เพื่อนๆมาช่วยสอนโน้นสอนนี่ให้ ส่วนอุปกรณ์ทางเทศกาลเขาจัดสรรให้เป็นอย่างดี ทั้งคอมพิวเตอร์ เมาส์ ฮาร์ดดิสต์ สายโน้นสายนี่ต่างๆ อยากได้อะไรก็ไปบอกเขา เขาก็จะพยายามหามาให้ ไม่มีปัญหาอะไรเลย เรียกว่าประทับใจมาก

อย่างที่บอก ฟุตเยอะ ก็มีให้เลือกเยอะ พอมีให้เลือกเยอะก็ปวดหัว คือจะเอาฟุตน่าสนใจมากมายขนาดนั้นมายัดลงในหนังสั้น 3 นาทีได้อย่างไร สุดท้ายต้องยอมรับเลยว่า การตัดต่อหนังเรื่องนี้เป็น happening art จริงๆ คืออารมณ์ ณ ตอนนั้น คิดถึงฟุตไหนขึ้นมา แล้วเอามันมาลองตัดดู ฟุตนั้นก็ได้อยู่ในหนังในที่สุด เพราะเวลามีจำกัด จะมัวมาแต่เลือกโน้นเลือกนี่ไม่จบสิ้นเป็นไปไม่ได้ เรียกว่า ฟุตเทจไหนทำบุญมาดี ก็ได้เกิดบนจอ จะว่าไปก็เสียดายหลายฟุตมาก ที่รักสุดๆและเคยมั่นใจว่าได้อยู่ในหนังแน่ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อยู่ เพราะมันไม่เหมาะกับเวลา และไม่เหมาะกับสถานการณ์อารมณ์ที่ฟุตเทจอื่นๆเขาประกอบกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะกับหนังเรื่องนี้ ที่แต่ละฟุตเทจมันต้องส่่งเสริม และส่งต่อ มีลูกเล่นต่อกัน แอบเสียดาย แต่จะทำไรได้ คือใจอยากให้หนังยาวซักครึ่งชั่วโมง แต่ของจริงหายไป 27 นาที ยิ่งสำหรับผม ซึ่งปกติมักจะทำหนังช้า เรียกว่าช้าแล้ว ก็อยากให้ช้าเข้าไปอีก พอมาตัดหนังเรื่องนี้ เหมือนได้ลองของใหม่ ซึ่งไม่ค่อยได้เคยทำมาก่อน

ดราฟแรกตัดออกมา 6 นาที อยากจะบ้าตาย รู้สึกว่ามันสั้นจะแย่อยู่แล้ว ยังยาวตั้ง 6 นาที ก็เลยต้องลุยกันใหม่ ผมกับ nika มุมมองคล้ายๆกัน ก็เริ่มมีการเห็นไม่ตรงกันบ้าง ผมอยากได้อันนี้ เธออยากได้อันนั้น ผมอยากให้เร็วขึ้น เธออยากให้ช้าลง ผมอยากให้ช้าลง เธออยากให้เร็วขึ้น สื่อสารกันบางทีก็งงๆ เพราะภาษาอังกฤษเธอก็ไม่ค่อยจะแข็งแรง แถมง่วงก็ง่วง สุดท้ายก็ลุยๆกันไปนั่นแหละ จนสำเร็จได้มา 3 นาที

ตอนแรกผมตั้งชื่อหนังว่า A ant B boy C cat D dog แต่ nika บอกว่าเธอไม่เข้าใจ สงสัยมันคงมีแต่ตำราเรียนภาษาอังกฤษเมืองไทยล่ะมั้ง ตอนแรกผมพยายามยัดชื่อหนังลงไปให้ได้ ด้วยลูกเล่นเก๋ไก๋ แต่ปรากฎว่า คือเอาชื่อยาวขนาดนี้ ก็คงกินเวลาไป 1 นาที สุดท้ายเลยตัดใจให้หนังชื่อ ABC สั้นๆแต่ลงตัวแทน

ตัดภาพเสร็จ ก็มาลุยเรื่องเสียงกันต่อ nika ไม่ไหวขอตัวไปนอน ส่วนผมไม่รู้สึกง่วงอะไร แต่อยากทำให้เสร็จ ก็เลยอาสาทำต่อจนจบ เล่นกับเสียงแบบโน้นแบบนี้สนุกดี สุดท้ายกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ export งานเรียบร้อย ก็ล่อเข้าไปตี 4

ตี 4 แต่ยังมีเพื่อนๆอีกหลายกลุ่มทำงานกันอยู่ บางกลุ่มก็เสร็จไปตั้งนานแล้ว บางกลุ่มก็ยังไม่เสร็จ ได้เห็นกลุ่มอื่นทำงานแล้วก็รู้สึกตื่นเต้น หลายชิ้่นเจ๋งมาก ดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าทำกันในเวลาสองสามวัน เสียดายที่เวลามีให้้น้อย เลยไม่ได้ไปสุงสิงดูคนอื่นเขาทำงานนัก ไม่งั้นคงจะได้ไปสูบความรู้ ได้มุมมองใหม่ๆมากกว่านี้อีก

นับว่าเป็นวันที่ยาวนาน กว่าจะได้นอนก็เกือบ 6 โมงเช้า แต่ก็อิ่มใจที่มีคนที่ฉันรัก ไม่ใช่.... แต่ก็อิ่มใจที่ทำงานจนสำเร็จ ได้หนังน่ารักๆมาเรื่องนึง แม้มันจะสั้นไปหน่อย (ก็เขากำหนดมาอย่างงี้) ผมชอบมันนะ

2006/Oct/13

Tue&Wed: Oct 02-03, 2006

สองวันนี้เป็นวันถ่ายทำ ด้านล่างเป็นบันทึกภาษาอังกฤษ ที่เป็นภาษาประกิตเพราะเขาบังคับให้ทุกคนเขียนไดอารี่รายงานว่าแต่ละวันทำอะไรบ้าง ก็เลยเอามาโพสต์ให้อ่านซะเลย ภาษาประกิตไม่ดีนัก ง่ายๆ สำเนียงไทยๆ อ่านเข้าใจได้ไม่ยาก ส่วนใครอยากอ่านต้นฉบับบนเว็บก็แวะไปดูกันเองแล้วกัน กลุ่ม zoom อื่นๆเขาก็ต้องอัพไดอารี่เหมือนกัน

First day of shooting

Everything went pretty well today. All the cameras were already rented out, so we had to use our own.
We had a little problem at first figuring out how to go to our zoom2 location. Luckily, Nika saved us. 

Our part of Hannover is very quiet and peaceful.
We didn't really see many people there, so we ended up shooting kids playing freely mostly.
It's good that Nika and I got along very well. We seemed to want the same thing for our film.
It's going to be a real cute film!

What we did today?

We went looking for our location. Looking for some
interesting thing to shoot. We didn't see many people
there but saw lots of kids playing by themselves which
is something we cannot see in the downtown area. So we
filmed them mostly. They were nice and super
coperative.

Problems?

I didn't have problems with people in Hannover 'cause
we shot kids and old people mostly and they were very
nice and helpful. I love the kids so much. So
adorable!

We had a little problem waiting for the train. It
didn't arrive in time according to the time
table we read.

The communication

I had no problem with Nika. She was very nice and
surprisingly had pretty much the same ideas as mine.
So we began working right away without much argument.
She had some problems with her English but I don't
think it's a big deal. My English is not that great
either. We still can communicate.

The part that we went was very lonely and peaceful.
Nika said it was a bit depressing. I could see what
she meant, but, for me, I found it very lovely. It's a
quiet nice little town. It's like a big village, not a
big city.

I think everything went pretty well. Tomorrow, we'll
shoot something more. But we already have overall idea
for the film so it shouldn't be that hard.

It's going to be a cute film!

Second Day of Shooting

What we did today?

We went to the same place we went yesterday and shot
something more. This time with fully 3 charged
batteries!

We tried to shoot more close-up shots of kids and
people. Also with streets, flowers, and moving
actions. Mostly just random interesting stuffs. I love
the footages we shot today very much. I wish I could
make a longer film.

Problems?

Some old people don't want us to shoot them but it was
totally understandable. They were nice to us though.
Most of the time we had no problem whatsoever. Or
maybe I just didn't understand the language so I
really didn't know what was going on. Nika handled all
the talking and I just kept on smiling. The kids were still
very adorable.

The communication

It was great. It was even easier
than the first day. We didn't have to disscus anything
much 'cause we already knew what we were looking for.

The people were very nice to me. I wasn't afriad of
shooting them without asking them first anymore. They
were very coperative.

I was surprised that it didn't rain. I thought it was
going to rain. The sky was so gray and then it
brightened up. It was just weird.

We finished what we want and tomorrow we will edit our
film.


ตกเย็นทุกวันเวลา 6 โมง จะมีการประชุม ทุกกลุ่มต้องมารายงานว่าวันนี้ไปทำอะไรกันมาบ้าง เจอปัญหาอะไรบ้าง อยากให้ทีมงานช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า สนุกดีที่ได้ฟังทีมอื่นๆว่าทำอะไรกัน เจออะไร จะได้รู้เขารู้เรา ไม่ใช่เพื่อการแข่งขัน เพราะนี่ไม่ใ่ช่การเอาชนะ ไม่มีรางวัลที่หนึ่งที่สอง แต่เป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทุกคนเป็นมิตร และแบ่งปันกันดี รู้สึกอบอุ่นที่มีคนอื่นๆกำลังทำในสิ่งเดียวกับเรา เดินทางไปด้วยกัน เผชิญกับอะไรคล้ายๆกัน

อ้อ ลืมบอกไปว่า คืนวันอังคารที่ 2 เขาฉายหนังสั้นของคนทำหนัง inter ทั้ง 12 คน ที่โรงหนัง นั่นหมายถึงรวมผมด้วย โดยมีคนนอกมาเข้าชม แต่ละคนได้โชว์งานตัวเองคนละ 5 นาทีเท่านั้น ผมก็ตัดเอา Bangkok in the Evening ของตัวเอง ยาว 5 นาที ตั้งแต่ต้นเรื่อง ไม่มีตัดใหม่ ไปโชว์เอาดื้อๆ เรียกกว่าเป็นหนึ่งในงานที่นิ่งและง่ายที่สุดเมื่อเทียบกับงานคนอื่นๆ งานที่ผมประทับใจมากคืองานของสาวญี่ปุ่น สาวจีน สาวจากรัสเซีย แต่ที่สุดแบบสุดๆๆๆๆๆจนอยากจะร้องไห้ เป็นงานของ ido Fluk ( http://www.idofluk.com/ )จากนิวยอร์ค (จริงๆเขาเป็นคนอิสราเอล) เป็นงานใหม่ของเขา ยังไม่ได้อัพขึ้นเว็บ แต่ผมถามเจ้าตัว เขาบอกว่า เดี๋ยวคงเอาขึ้นเว็บ งานเป็นยังไง ผมยังไม่อยากบอก เดี๋ยวสปอย

2006/Oct/10

Mon: Oct 01, 2006

ตื่นเช้ามากินอาหารโรงแรม กินออมเลตแล้วก็แฮมชนิดต่างๆ เห็นคนต่างชาติเหมือนเรานั่งๆกินอยู่ หลายคนก็คุ้นหน้าคุ้นตา เดาว่าคงเป็นคนทำหนังเหมือนผมนี่แหละ แต่ยังไม่กล้าไม่คุย กระนั้นก็มีคนเข้ามาทักทาย ทุกคนดูเป็นมิตรกันดี

ยังไม่ถึงเวลานัดซึ่งคือตอนบ่ายโมง ก็เลยออกไปเดินเล่นรอบเมืองซักหน่อย แรกๆก็อากาศดีแดดออก ไปๆมาๆฟ้าเริ่มครึ้มเหมือนฝนจะตก ทำให้บ้านเมืองยิ่งดูยุโรปเข้าไปอีก แต่ผมก็ไม่กลัวฝน เพราะผมไม่ใช่เจ้าสาว ก็เลยเดินถ่ายรูปไปเรื่อย แล้วก็พบว่าตัวเองถ่ายแต่รูป architecture ตรอกซอกซอย หน้าต่างบ้าน ปั่นจั่น สิ่งก่อสร้าง อะไรก็ไม่รู้ นี่ถ้าใครมาดูอัลบั้มคงจะงงว่านี่ถ่ายบ้าอะไร เดาว่าเลือดสถาปัตย์มันอยู่ฝังอยู่ลึกๆตรงไหนซักแห่ง เดินอยู่นานจนแทบหลง พยายามหารางรถไฟเพื่อนำทางกลับโรงแรม เหมือนฮันเซลแอนด์เกรเทลเดินตามขนมกลับบ้าน สุดท้ายกว่าจะกลับได้ก็วนอยู่นาน ใกล้เวลานัดพอดี

ผู้คนกำลังแฮงค์เอาท์กันอยู่ข้างล่าง ก็เลยได้พบกับ nika คนที่ผมต้องคู่ด้วย เธออายุ 24 แต่หน้าตาดูอายุมากกว่านั้นอยู่มากทีเดียว แน่นอน ผมไม่ได้บอกเธอหรอก นอกนั้นก็รู้สึกว่า เธอน่ารักดี เป็นมิตร ดูเหมือนภาษาอังกฤษเธอจะมีปัญหานิดหน่อยในการสื่อสาร ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่ได้แย่ไปกว่าผมเท่าไหร่เลย แต่จะบอกว่า เธอพูดได้ 4 ภาษาคือ รัซเซีย อัลเบอร์เนีย? หรืออะไรซักอย่าง เยอรมัน แล้วก็อังกฤษ คือถ้าพูดได้ 4 ภาษาแบบนี้ จะไม่ค่อยดีซักภาษา ผมก็ไม่ว่าซักคำ

เจอ Harald ซึ่งแปลกมากที่หน้าเขาเหมือน ไฉ้ หมิง เลี่ยง เพิ่งรู้ว่าคนเยอรมันหน้าตาเหมือน ไฉ้ หมิง เลี่ยง ได้ด้วย เขาก็จัดการเรื่องเงิน เรื่องตั๋วเดินทาง เมื่อรู้ว่าได้เงินค่ากินอยู่ พร้อมค่าเดินทางทุกอย่างเรียบร้อย ก็รู้สึกมีความสุขเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า นึกถึงใครไม่รู้ที่เคยพูดไว้ว่า หนังนี่แหละที่พาเขาเที่ยวไปทั่วโลก มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทำหนังแล้วอยู่ดีๆมีคนให้เงินมาทำหนัง ให้ข้าวกิน แถมให้ค่าเครื่องบินมาบินเที่ยวอีก ...CityZooms จงเจริญ

ถึงเวลานัด ทุกคนก็รวมตัวกันที่โรงอาหาร ทีมงานแนะนำตัว แล้วก็ให้พวกเราคนทำหนังทั้ง 24 คนแนะนำตัว เวลานี่แหละที่เราจะได้รู้ว่าใครคู่กับใคร แล้วพวกเราก็ได้แผนที่ ว่าแต่ละทีมต้องไป "Zoom" Hannover กันที่ส่วนไหน เพราะแต่ละทีมต้องไปซูมกันคนละที่ บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น บางคู่เมื่อเห็นคู่ตัวเอง ก็โผเข้ากอดกัน ราวกับได้เจอเพื่อนเก่าแก่ที่พัดพรากกันมานาน

หนังแต่ละเรื่องยาวได้แค่ 3 นาทีเท่านั้น แล้วก็มีกฎมากมายเพื่อนความมันส์ เช่น ห้ามเป็น MV ห้ามใช้เสียงดนตรีถ้ามันไม่ได้ distorted แล้ว ห้ามใช้โมโนล็อค ไดอาล็อค ห้ามทำแบบรายงานข่าว ห้ามเป็น documentary ธรรมดา ห้ามโน้นห้ามนี่เต็มไปหมด จนสุดท้ายคงต้องเป็นหนัง experimental นั่นแหละ ก็งงๆเหมือนกัน ว่าเออ สนุกดีแหละ แต่จะว่าไป ก็เข้าทางผมอยู่

ประชุมเสร็จ ผมก็ลงมานั่งคุยไอเดียกับ nika รู้สึกสบายใจ ที่เหมือนว่าสมองพวกเราจะทำงานไปในทางเดียวกัน แม้จากการสัมภาษณ์จะพบว่าเธอทำงานหลายชิ้นเป็นฟิกชั่น แต่กระนั้นไอเดียวก็เธอก็ดูจะเข้าทางผมมาก หลายไอเดียราวกับว่าผมคิดเอง เอะหรือว่า CityZooms เขาเก่งมากขนาดที่จับคู่ได้ว่าใครควรคู่กับใคร แต่ผมว่าบังเอิญมากกว่า

จากนั้นก็มีการถ่ายรูปรวมกัน ทุกคนก็น่ารักดี เขาแจกเสื้อแจ็คเก็ตแบบทีมงานเบื้องหลังทีวีใส่กัน แล้วก็เจอหมวกด้วย ดีใจอีกแล้วได้ของฟรี รับของกันเสร็จด้วยรอยยิ้ม ทุกคนก็พากันยกโขยงไปดื่มกินกันที่ไหนซักแห่ง ผมไปไม่ทัน เพราะต้องรอ nika จัดการเรื่องเงินค่าตั๋วเครื่องบินของเธอ แน่นอน คนชาติไหนก็ต้องการเงินเป็นธรรมดา สุดท้ายพวกเราก็เลยไปเดินกินกันโดยลำพัง เพราะตามหาชาวบ้านไม่เจอ

กลับมา ก็มีนัดทัวร์พาดูวิธีเขียนอินเตอร์เน็ตลงคอมพ์อีก เพราะเขาบังคับให้พวกเราเขียนไดอารี่บันทึกการทำงานแต่ละวัน และต้องตอบแบบสอบถามของเขาด้วยทุกวัน เพื่อบันทึกความเป็นไปของโครงการ รู้สึกว่า พวกทีมงานนี่แอ๊กทีฟกันดี กระตือรือร้นกันมาก เดินไปไหนก็มีคนถ่ายวิดิโอพวกเราคุย ถ่ายพวกเราทำงานกันตลอดเวลา จนบางทีก็งงๆว่าเอ๊ะ ตกลงใครทำหนังกันแน่ นี่มันหนังซ้อนหนัง ซ้อนหนัง ซ้อนหนังนี่ เพราะมันก็กล้องอยู่เพ่นพ่านเต็มไปหมด

ทั้งวันมี session เล็กๆเยอะมาก ถ่ายรูปรวม ถ่ายแล้วถ่ายอีก แล้วก็ต้องลงมาซ้อมพิธีเปิดงาน แต่ละ session จบลงภายใน 10 นาที จนงงว่าทำไมเขาไม่รวมทั้งหมดให้จบใน session เดียว เพือ่นเยอรมัน Yannik ที่ผมรู้สึกสนิทบอกว่า สงสัยเขาต้องการให้สอดคล้องกับงาน ที่เป็นหนังสั้นๆหลายชิ้นมารวมกัน พวกเราก็เลยสรุปว่า มาคงเป็น concept

แอบขึ้นไปนอนอยู่หลายรอบ สุดท้ายก็ได้เปิดงานจริงๆซะที เปิดงาน ด้วยการตีกล้องต้อนรับ คนตีก็ขึ้นไปอยู่ระเบียงห้องของโรงแรม โดยมีคนนำอยู่ด้านล่าง จังหวะกลองคึกคักน่ารักเวลาลงเล่น แต่เล่นกันนานมาก ไม่จบซะที สงสัยเป็นวิถีเยอรมันหรือเปล่า แต่ไม่น่าจะใ่ช่ เพราะเพื่อนเยอรมันก็งงเหมือนกัน ตีกลองเสร็จ ก็จบงาน ...ไม่ใช่ ตีกลองกันไปประมาณ 7 ชั่วโมงครึ่ง ก็ได้ฤกษ์ขึ้นเวทีแนะนำตัว ขึ้นไปทีละทีม ผมเป็นทีมที 2 เขาถามผมว่า ตอนอยู่เมืองไทยเรียนสถาปัตย์ไม่ใช่เหรอ ทำไมมาทำหนัง ก็ตอบเขาไปว่า อยู่เมืองไทยไม่ค่อยได้มีโอกาสออกแบบอะไร cool cool ก็เลยเปลี่ยนใจมาทำหนังดีกว่า จากนั้นเราก็ถ่ายรูป nika ทั้งๆที่อยู่บนเวทีนั่นแหละ ทำแบบนั้นไม่แปลกหรอก เพราะคนที่นี่ดูเหมือนก็ถ่ายรูปกันเป็นว่าเล่นเหมือนกัน อย่าง nika เธอเล่นหนักกว่าอีก เพราะเธอถ่ายวิดิโอตลอดเวลา

จบงานก็ตีกลองปิดงานไปอีก 7 ชั่วโมง แล้วก็มีปาร์ตี้เล็กๆกันต่อ มีอาหารและเครื่องดื่มบิ้วท์อารมณ์ แสงในงานสีแดงจัดจ้านมาก ทำเอาทุกคนหน้าเลือดเป็นทิวแถว ในนั้นมีทีวีฉายพวกเราขึ้นจอด้วย ก็เป็นภาพที่ทีมงานถ่ายทำตอนกลางวันนั่นแหละ เหมาะกับเป็นงานทำหนังจริงๆ เพราะเห็นหนังตัดต่อขึ้นจอกันสดๆ ทำให้รู้สึกว่างานนี้มันอินเตอร์แอกทีฟดีโดยแท้

คุยกับชาวบ้าน make friend ไปเรื่อย ก็ได้ไปนั่งดูงาน ของ Yannik เพื่อนคนนี้ อายุแค่ 19 แต่ว่าทำหนังสั้นมากว่า 10 เรื่องแล้ว แต่ละคนเห็นแล้วแอบอาย เพราะไม่ใช่เล่นๆเลย ในแง่ของมุมมองและในแง่ของเทคนิก ยิ่งเขาบอกว่าทุกอย่างเขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่ได้เรียนจากโรงเรียนแต่อย่างใด แถมเขายังทำหนังยาวด้วย ใช้เวลา 2 ปี เงินตัวเอง เรียกว่าใจรักใช้ได้ เขาว่าเขาสมัครมหาลัยทำหนังที่นี้ แล้วโดยบอกว่า ยังเด็กเกินไป ให้ไปใช้ชีวิตซะก่อน แล้วค่อยกลับมาเรียน ถึงจะเป็นคนทำหนังที่ดีได้ เออ อย่างนี้ก็มีด้วยแหะ จะว่าไปก็เป็นปรัชญาที่ลึกซึ้งน่ายกย่องดีนะ แต่ก็สงสัยว่ามันเวิร์คจริงหรือเปล่า?